เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ฝ่ายเกษตร ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ได้เรื่อง สาระเกษตรจากแดนหมีขาว ประจำเดือน มกราคม 2569 ซึ่งได้ติดตามและรวบรวมข้อมูลสำคัญด้านการเกษตรและอาหารในสหพันธรัฐรัสเซียและประเทศในเขตรับผิดชอบ รวมถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร และกิจกรรมที่สำคัญของหน่วยงาน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้กับหน่วยงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบ
กองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ (กรป.) กรมปศุสัตว์ ขอสรุปสาระสำคัญของรายงานฯ ดังนี้
รัสเซีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
หารือขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เข้าร่วมหารือกับนายโมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล นะฮ์ยาน ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายได้ตอกย้ำความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาตร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 55 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต โดยมีประเด็นหารือที่มุ่งเน้นในเรื่องการขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงุทน ซึ่ง UAE เป็นคู่ค้าหลักของรัสเซียและมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงด้านพลังงาน เทคโนโลยี ตลอดจนการแลกเปลียนมุมองสถานการณ์โลกที่สำคัญ

ข่าวและภาพ: kremlin.ru (29 ม.ค.69)
สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรกรรมและอุตรสาหกรรมเกษตรระหว่างไทย-รัสเซีย และคาซัคสถาน ในปี 2568

แหล่งข้อมูล: กระทรวงพาณิช (เผยแพร่ 28 มกราคม 2569)
1. ปี 2568 (มกราคม - ธันวาคม 2568) การส่งออกของไทย มีมูลค่าถึง 967.66 ล้านเหรียฐสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.04%YOY โดยรวมขยายตัว และการส่งออกขับเคลื่อนโดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งมีอัตราเติบโต 20.08%YOY ส่วนสินค้าเกษตรกรรมยังมีการชะลอตัวจากข้อจำกัดด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) และความต้องการซื้อสินค้าและบริการของตลาด และโลจิสติกส์
2. การส่งออกของไทยไปคาซักสถาน มีมูลค่าถึง 93.40 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.07%YOY ก่อให้เกิดการค้าโดยรวมที่ชะลอตัว และโครงสร้างการส่งออกของสินค้าอุตาสหกรรมเกาตร มีอัตราเติบโต 28.47%YOY ส่วนสินค้ากลุ่มเกษตรกรรมมีการชะลอตัวจากความต้องการซื้อสินค้าและบริการของตลาด และโลจิสติกส์
สรุปได้ว่าสถานการณ์ในตลาดทั้งสองประเทศ ไทยควรให้ความสำคัญกับการรักษาและต่อยอดสินค้ามูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร พร้อมทั้งเฝ้าระวังแรงกดดันด้านราคาและการแข่งขันในตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความยั่งยืนของการส่งออกในระยะต่อไป
สินค้าเกษตรกรรมและอุตาสาหกรรมเกษตรที่ส่งออก 5 อันดับแรกจากไทย
รัสเซีย 
1.ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 3.9 ล้านเหรียฐสหรัฐ
2.อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 3.2 ล้านเหรียญสหรัฐ
3.สิ่งปรุงรสอาหาร 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐ
4.เครื่องดื่ม 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ
5.ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีอาหารสำเร็จรูป 8 แสนเหรียญสหรัฐ
คาซัคสถาน 
1.สิ่งสกัดจากชาและกาแฟ 1 แสนหรียญสหรัฐ
2.ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีอาหารสำเร็จรูป 8 หมื่นเหรียญสหรัฐ
3.สิ่งปรุงรสอาหาร 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ
4.เครื่องเทศและสมุนไพร 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ
5.ผักสด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง 9 พันเหรียญสหรัฐ
สรุปข้อมูลสถานการณ์การค้าสินค้าเกาตรและอุตสาหกรรมเกษตรจากไทยไปอาร์เมเนีย
เบลารุส คีร์กีซสถาน และมอลโดวา ในปี2568

ข่าวสารด้านเกษตร
รัสเซีย-คาซัคสถาน หารือความร่วมมือด้านการเกษตร
เพื่อยกระดับทางด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรมเกษตร การพัฒนาบุคลากร และการลงทุนในงานแสดงสินค้า AGRAVIA ณ กรุงมอสโก โดยเน้นไปทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ความมั่นทางอาหาร และเปิดโอกาสในการลงทุน ซึ่งเติมโตกันแบบยั่งยืนกันทั้งสองฝ่าย
รัสเซียผลักดัน "มุมอาหารเพื่อสุขภาพ" ในร้านค้าปลีก"
เพื่อสุขภาพ หรือมุมโภชนาการ (Healthy Food Corner) และสร้างผลิตภัณฑ์ที่มูลค่าทางอาหารพร้อมข้อมูลสารอาหารอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคตัดสินใจเลือกอาหารได้ ได้เกิดการยกระดับและความตระหนักด้านโภชนาการของประชาชนในระยะยาวต่อไป
รัสเซียขยายการส่งออก "ผัก-ผลไม้สด"
FSVPS ของรัสเซีย สรุปได้ว่า รัสเซียมีศักยภาพการผลิตพืชทางการเกษตรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และขยายการส่งออกจากกลุ่มพืชธัญญาหารไปกลุ่มผักและผลไม้สดมากขึ้น ภายใต้มาตรการควบคุมสุขอนามัยพืช ควบคู่กับระบบดิจิทัลด้านกักกันพืช และเปิดโอกาสความร่วมมือร่วมกับประเทศคู่ค้า อาทิ เอกวาดอร์ จีน สหรัฐเอมิเรตส์ ฯลฯ เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และมาตรฐานการค้าพืชเกษตร

คาซัคสถาน "ประมง" เติมโต
ประเทศกำลังขยายตัวของอุตสาหกรรมประมง เพิ่มขึ้น 10% ผ่านการจับปลาแบบธรรมชาติ และเพาะเลี้ยงแบบเชิงพาณิชย์ เพิ่มขึ้น 22% ในช่วงมกราคม - พฤศจิกายน 2568 รวมถึงการแปรรูปและขยายตลาดผลิตภัณฑ์ปลาไปยัง 21 ประเทศ อาทิ เยอรมนี เนอเธอร์แลนด์ รัเสซีย จีน ฯลฯ ภายใต้นโยบายรัฐที่สนับสนุนด้านภาษี เพื่อยกระดับอุตาสาหกรรมและความมั่นทางอาหารอีกด้วย

FSVPS สรุปผลการการดำเนินงานสำคัญ ประจำปี 2568







