รายงานสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตร (Situation Report) ประจำเดือนสิงหาคม 2569
ด้วยสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงโรม มีหนังสือ ที่ กษ 0211.1/95 ลงวันที่ 10 กันยายน 2569 แจ้งเวียน รายงานสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตร (Situation Report) ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ให้กรมปศุสัตว์ทราบ
กองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ (กรป.) ขอสรุปสาระสำคัญของรายงานฯ ดังนี้
สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรในอิตาลี
สถิติการค้าสินค้าเกษตรและอุตาสาหกรรมการเกาตรของไทยในอิตาลี: มีการนำเข้าจากไทยระหว่างเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2569 คิดเป็นมูลค่า 8,875.53 ล้านบาท ร้อยละ 0.52 จากปีก่อนช่วงเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2568 (มูลค่า 8,921.83 ล้านบาท)
- กลุ่มสินค้าเกษตรกรรม: มีมูลค่าทั้งหมด 4,720.18 ล้านบาท และสินค้าที่ส่งออกมากที่สุด ได้แก่ ปลาหมึกมีชีวิต สด/แช่แข็ง ยางพารา ข้าว
- กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร: มีมูลค่าทั้งมด 4,155.35 ล้านบาท และสินค้าที่ส่งออกมากที่สุด ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป
สินค้าเกษตรไทย 6 อันดับ
- อาหารสัตว์เลี้ยง (HS2309)
- ปลาหมึก มีชีวิต สด แช่เย็น แช่แข็ง (HS0307)
- ยางพารา (HS4001)
- ข้าว (HS1006)
- ผลไม้่ประป๋องและแปรรูป (HS0800)
- อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (HS1604-1605)
สถิติการค้าเดือนกรกฎาคม 2569 มูลค่าการนำเข้าจากไทยรวม 1235.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.56
- อาหารสัตว์เลี้ยง (HS2309)
- ปลาหมึก มีชีวิต สด แช่เย็น แช่แข็ง (HS0307)
- ยางพารา (HS4001)
- ข้าว (HS1006)
- ผลไม้่ประป๋องและแปรรูป (HS0800)
- อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (HS1604-1605)
สถานการณ์ด้านการเกษตรที่น่าสนใจในอิตาลี
อิตาลีช่วยเหลือภาคประมง มากกว่า 70 ล้านยูโร พร้อมเพิ่มเงินกองทุนอีก 3 ล้านยูโรป รับมือวิกฤตต้นทุนและสภาพอากาศรุนแรง ได้แก่ กิจการทางทะเล การประมง และการเพาะเลี้ยง
สัตว์น้ำ (European Maritime,Fisheries and Aquaculture Fund) เงิน 70 ล้านยูโร ได้อนุมัติจากกระทรวงเกษตร อธิปไตยทางอาหารและป่าไม้ของอิตาลี (Misnistero dell'agricoltura,della sorranita alimentare e delle foreste) เพื่อใช้สำหรับดำเนินการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และมีเป้าหมายเพื่อชดเชยต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจประทงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้ผู้ประกอบการในแต่ละภูมิภาคได้รับเงินชดเชยอย่างเท่าเทียมกัน จึงขอรับเงินช่วยเหลือระดับชาติ เพื่อให้หน่วยงานระดับภูมิภาคสามารถนำไปใช้และปรับให้เหมาะสมกับกฎระเบียบแต่ละพื้นที่ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการจ่ายเงิน
ปี 2026 กระทรวงเกษตร อธิปไตยทางอาหาร และป่าไม้ของอิตาลี ได้รับเงินอนุมัติเพิ่มอีก 3 ล้านยูโรป เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยะรรมชาติ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2024 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026
Francesco Lollobrigida รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร อธิปไตยทางอาหาร และป่าไม้ของอิตาลี กล่าวว่า ประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ชาติ และภาคส่วนนี้กำลังเผชิญต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและทะเลที่รุนแรง จึงทำให้ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลจตต่อการผลิต การจ้างงาน และความสามารถในการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิตาลีย้ำมาตรการช่วยเหลือธุรกิจประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อลดกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนสนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชนชายฝั่งและอุตสาหกรรมประมงของอิตาลี
ดัชนีราคาอาหารโลกของ FAO ประจำเดือนกรกฎาคม 2569

ดัชนีราคาอาหารโลก (FAO Food Price Index: FFPI) มีค่าเฉลี่ยที่ 133.3 จุด ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 2.5 จุด หรือร้อยละ 1.9 จุด จากเเดือนกรกฎาคม สินค้าอาหารทุกกลุ่มปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แม้ว่าระดับการปรับขึ้นของแต่ละกลุ่มจะแตกต่างกันชัดเจน ทั้งนี้ กลุ่มน้ำตาลเป็นปัจจัยที่สำคัญของดัชนีในเดือนนี้ และมีราคาอาหารโลกสูงขึ้น 3.3 จุด หรือร้อยละ 2.5 จุด ต่ำกว่าระดับสูงสุดในเดือนมีนาคม 2565 อยู่ 26.9 จุด หรือร้อยละ 16.8 จุด
- ดัชนีราคาธัญพืช ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 116.3 จุดในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 2.5 จุด (ร้อยละ 2.2)จากเดือนกรกฎาคม
ราคาข้าสาลีเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6
ราคาข้าวโพดปรับเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.5
ราคาข้าวฟ่างและข้าวบาร์เลย์ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 และร้อยละ 2.6
ข้าว เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 - ดัชนีราคาน้ำมันพืช ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 127.9 จุดในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1.2 จุด (ร้อยละ 1.0) จากเดือนกรกฎาคม
น้ำมันปาล์ม ปรับตัวต่อเนื่องจากความตกการของตลาดโลก
น้ำมันถั่วเหลือง ปรับตัวลงเนื่องจากความไม่แน่นนอนของนโยบายเชื้อเพลงชีวภาพและผลกระทบต่อความต้องการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ
น้ำมันทานตะวันและน้ำมันดอกคาโนลา ปรับตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากความต้องชะลอตัว และคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตเพียงพอในปี 2569-2567 - ดัชนีราคาผลิตภัณฑ์นม ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 119.2 จุดในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 2.7 จุด (ร้อยละ 2.3) จากเดือนกรกฎาคม
เนื้อไก่ ปรับเพิ่ใขึ้นจากราคาส่งออกของบราซิลที่ฟื้นตัวตามความต้องการของตลาด
เนื้อหมู ปรับสูงอย่างชัดเจน โดยมีแรงหนุนจากสหภาพยุโรปซึ่งมีสภาพอากาศร้อนทำให้เจริญเติบโตช้า จึงทำให้ปริมาณหมูพร้อมเชือดลดลงด้วย
เนื้อแกะ ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาส่งออกของนิวซีแลนด์ที่สูงขึ้น เนื่องจากมีสินค้าส่งออกจำกัด ขณะที่ความต้องการของโลกยังคงที่
เนื้อวัว ลดลง โดยเฉพาะบราซิล เนื่องจากโควต้าการนำเข้าเนื้อวัวจากจีนใช้เต็มจำนวน และทำให่้ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น ขณะที่ออสเตรเลียใช้โควต้าส่งออกไปจีนและสาธารณรัฐเกาหลีครบแล้ว ส่งผลให้ทั้งสองประเทศต้องแข่งขันการส่งออกไปและปรับราคาส่งออก - ดัชนีราคน้ำตาล ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 106.4 จุดในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 11.3 จุด (ร้อยละ 11.9) จากเดือนกรกฎาคม
- การปรับขึ้นของน้ำมีสาเหตุหลักจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้วปริมาณในตลาดโลก ปี 2569 - 2570 โดยมีสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง
- เอลนีโญ่ส่งผลกระทบต่อเนื่องในประเทศผู้ผลิตสำคัญของเอเชีย จึงทำให้แนวโน้มปริมาณน้ำตาลทั่วโลกมีความตึงเครียดที่ลดลงในภูมิภาคเซนเตอร์-เซาท์ ซึ่งเปลี่ยนผลิตที่สำคัญของบราซิล อีกทั้งอินเดียอนุญาตใมห้นำเข้าน้ำตาลดิบโดยไม่เสียภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้ตลาดโลกปรับขึ้น






