1

‘โลกผันผวน’ ไม่สะเทือน ปศุสัตว์ไทยลุ้นส่งออกปี 69 ยังพุ่งแรง

แม้ในรอบปี 2568 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความเสี่ยงจากสงคราม เงินเฟ้อ และการชะลอตัวของการค้าโลก แต่ “สินค้าอาหารจากปศุสัตว์ไทย” กลับเดินสวนกระแส สะท้อนบทบาทไทยในฐานะหนึ่งในเสาหลัก “ความมั่นคงทางอาหารโลก” 

 

 “ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์  กำกับดูแลภาคปศุสัตว์ของประเทศ ระบุปี 2568 มูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยช่วง 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค.) ยังเติบโต 2.25%  เมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน และสงครามภาษีของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะสินค้าไก่แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง และอาหารสัตว์ ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่

 

ลุ้นทั้งปีส่งออกทะลุ 3.3 แสนล้าน

 นายสัตวแพทย์สมชวน เผยว่า การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ช่วง 10 เดือน ปี 2568 พบว่า ส่งออกได้คิดเป็นมูลค่า  277,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.25% จากช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่มีมูลค่า 271,296 ล้านบาท ลุ้นทั้งปี 2568จะมีมูลค่าการส่งออกถึง 3.3 แสนล้านบาท (จากปี 2567 มีมูลค่าส่งออก 3.23 แสนล้านบาท) สะท้อนว่า แม้โลกจะเผชิญทั้งสงครามการค้า สงครามจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์  ความผันผวนด้านพลังงาน และภาวะเงินเฟ้อ แต่ “อาหาร” ยังคงเป็นสินค้ายุทธศาสตร์ที่ทุกประเทศต้องนำเข้าอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำว่าภาคปศุสัตว์ของไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ที่ช่วยพยุงรายได้ประเทศในยุคโลกผันผวน

 

 “ที่สำคัญมาจากนโยบายของรัฐบาลภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีนโยบายในการยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพมาตรฐาน มีความปลอดภัยตามหลักสากลและเป็นไปตามเงื่อนไขของประเทศคู่ค้า พร้อมทั้งมีการเจรจาเพื่อเปิดตลาดใหม่ ๆ ให้สินค้าเกษตรไทย ทำให้มีความมั่นใจว่าในปี 2569 จะยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

2

“อาหารสัตว์เลี้ยง” ดาวรุ่งหลังโควิด

เริ่มจาก “อาหารสัตว์เลี้ยง”  ที่เป็นสินค้าดาวรุ่งหลังโควิด เนื่องจากกระแส “Pet Humanization” ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน ทำให้สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสมาชิกครอบครัว ดีมานด์อาหารพรีเมียมจึงพุ่ง แม้เศรษฐกิจโลกชะลอ แต่ผู้บริโภคไม่ลดค่าใช้จ่ายกับสัตว์เลี้ยง ทำให้ตัวเลขการส่งออก 10 เดือนแรกใกล้เคียงกับปี 2567 ส่วนในปี 2569 มีแนวโน้มเจ้าของสัตว์เลี้ยงต่างมองหาอาหารสัตว์เลี้ยงในระดับพรีเมียมมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าด้านโภชนาการอาหาร รวมทั้งคุณภาพและมาตรฐานของอาหารที่ดีสำหรับสัตว์เลี้ยง

 

ดีมานด์โลกดัน สินค้าแช่แข็งพุ่ง

ขณะที่สินค้าปศุสัตว์ที่เป็นพระเอกในกลุ่มสินค้าแช่แข็ง (Frozen) เช่น ไก่แปรรูป ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้น จากหลายประเทศมีความกังวลเรื่องความมั่นคงด้านอาหาร จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน สงครามในตะวันออกกลาง และความเสี่ยงเรื่องโลกร้อน ทำให้ประเทศผู้นำเข้าเร่งสำรองอาหารระยะยาว ไทยจึงได้อานิสงส์จากภาพลักษณ์ ที่เป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย ทำให้คู่ค้ามีความต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้น โดย 10 เดือนแรกของปี 2568 ไทยมีการส่งออกสินค้ากลุ่มแช่แข็งมูลค่า 141,257 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการส่งออก 138,356 ล้านบาท

 

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ เป็นผลมาจากการควบคุมดูแลความปลอดภัยอาหารด้านสินค้าปศุสัตว์ตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โรงฆ่าสัตว์ โรงงานแปรรูป สถานที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ ให้มีระบบการตรวจสอบย้อนกลับและมีกระบวนการผลิตที่ถูกสุขลักษณะและมีคุณภาพมาตรฐาน ด้วยระบบ GHPs และระบบ HACCP ในสถานประกอบการเพื่อการส่งออกอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งกรมปศุสัตว์ได้กำหนดมาตรฐานด้านสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยทางอาหาร สวัสดิภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อมสอดคล้องตามระเบียบและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้าและหลักสากล เพื่อพัฒนาความมั่นคงด้านอาหารของโลก และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก

 

สำหรับในปี 2569 กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเจรจากับประเทศคู่ค้า เพื่อผลักดันให้ส่งออกได้เพิ่มขึ้นทั้งในตลาดเดิม และตลาดใหม่ๆ  ในสินค้าปศุสัตว์ที่สำคัญทั้งเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง เนื้อสัตว์แปรรูป ไข่และผลิตภัณฑ์จากไข่ และอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีแนวโน้มได้รับการตอบรับจากประเทศคู่ค้าต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

“การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากเป็นการนำเงินตราเข้าประเทศแล้ว ยังช่วยส่งเสริมให้มีการจ้างงานในภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตสินค้าปศุสัตว์ ซึ่งถือเป็นห่วงโซ่การผลิตขนาดใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครื่องจักร แรงงานภาคการเกษตร โรงงานผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ไปจนถึงโรงงานผลิตสินค้าปศุสัตว์และโรงงานแปรรูป ซึ่งส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวมในระยะยาว” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

4

 

cr.https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/648332